เนื่องจากจุดประสงค์การออกแบบนั้น Router ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อแบบ WAN เป็นหลัก การส่งข้อมูลไม่จำเป็นต้องมีความเร็วสูงมากเท่ากับใน LAN ดังนั้นจึงมีเวลาในการประมวลผล routing ได้เป็นอย่างดีและสามารถทำฟังก์ชันอื่นเพิ่มได้ อาทิเช่น VPN / NAT / QoS
แต่ Switch Layer3 นั้น ถูกออกแบบหลักมาเพื่อเชื่อมต่อในเครือข่าย LAN เป็นหลัก ทำให้การส่งข้อมูลมีอัตราเร็วที่สูงมาก ดังนั้นการที่จะมาประมวลผลแพ็กเก็ตข้อมูลหรือทำการคำนวณอื่นๆ เช่น QoS / Routing / NAT อาจจะทำให้เสียเวลา ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานโดยรวมตกลง
กล่าวโดยสรุปคือ Switch L3 สามารถทำหน้าที่แทน Router ได้ในบางกรณี ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานโดยรวมในการทำงานสู้ Router ไม่ได้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า Switch Layer3 เหมาะสำหรับทำ Routing ภายในองค์กร ที่มีจำนวนเครือข่ายหลายเครือข่าย (Core Network) แต่ไม่เหมาะสำหรับการทำเป็น Gateway หลักขององค์กร
ความแตกต่าง Router VS SW L3
- Router มีประเภทของ Interface ที่เชื่อมต่อระหว่าง LAN / WAN ที่หลากหลายกว่า Switch L3 หรือ (L3 สามารถซื้อ Interface บางตัวเพิ่มได้ )
- Router สามารถทำงานทางด้าน Routing ได้ดีกว่า Switch L3 (อาจมีฟังก์ชันการทำงานที่เยอะกว่า หรือ ซับซ้อนกว่า)
- Router สามารถทำ NAT ได้ ซึ่ง Switch L3 ในปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้
- Router สามารถทำ QoS ได้ดีกว่า Switch L3
- Router ตัวปกติ มีราคาถูกกว่า Switch L3
- Router สามารถทำ VPN / Tunnel ได้
Switch Layer3
- มีจำนวน Interface จำพวก LAN / Ethernet มากกว่า
- การส่งข้อมูลสามารถทำได้รวดเร็วกว่า Router
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น